search ค้นหาภายในเว็บไซต์
 
 
โลโก้ กพย. โลโก้ สสส.
 
ลิงค์
ดาวน์โหลดโปรแกรม PDF
บล็อก กพย.

เว็บไซต์ KnowSteroid

Facebook โฆษณา

Facebook สเตียรอยด์
Facebook Twitter
Youtube กพย.



สถิติ

ปรับปรุง : 1/9/2017
สถิติผู้เข้าชม:2861359
การเปิดหน้าเว็บ:3185287
Online User Last 1 hour (0 users)


 
  กพย.ชูตัวอย่างสำนักงานกองทุนสุขภาพอังกฤษ แนะไทยป้องกันก่อนธุรกิจยาแทรกแซง
  23 กุมภาพันธ์ 2557
 
 


วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2557
ที่มา: มติชนออนไลน์
ลิงค์: www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1393150246

    

ผศ.ภญ.นิยดา เกียรติยิ่งอังศุลี ผู้จัดการแผนงานพัฒนากลไกเฝ้าระวังระบบยา (กพย.) กล่าวว่า ขณะนี้ในแวดวงสาธารณสุขมีการพูดถึงกรณีตัวอย่างของ  สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติอังกฤษ หรือ NHS ที่เมื่อเร็วๆนี้มีข่าวว่าอาจจะเกี่ยวพันกับบริษัทยาระดับโลก หลังจากที่ผู้บริหารของ NHS ได้ให้บริษัทล็อบบี้ยิสต์ซึ่งมีความเกี่ยวพันกับบริษัทยาชั้นนำระดับโลกเขียนรายงานนโยบายสุขภาพให้ NHS ว่า กรณีดังกล่าวมีการพูดกันมากในแววดวงสาธารณสุขว่า เหมาะสมหรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้ข้อเท็จจริงเป็นเช่นไรไม่ทราบ แต่ที่แน่ๆคือ น่าจะเป็นตัวอย่างให้กับประเทศไทยได้ เนื่องจากประเทศไทยมีกองทุนสุขภาพภาครัฐถึงสามกองทุน แต่ละกองทุนก็ต้องมีคณะกรรมการ(บอร์ด) คอยทำงาน   น่าสนใจว่า กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กองทุนประกันสังคม และกองทุนสิทธิสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการมีความโปร่งใสมากน้อยเพียงใด
       
ผศ.ภญ.นิยดา กล่าวว่า อย่างกรณีกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ จะมีกฎหมายตามพ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 อยู่แล้วว่าให้มีการเลือกภาคประชาชนเข้าร่วม และทุกภาคส่วน แต่ปัญหา คือ มีระบบในการตรวจสอบบุคคลที่ดำรงตำแหน่งกรรมการหรือไม่ว่า ได้ดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการในบอร์ดอื่นที่เกี่ยวข้องกับกองทุนสุขภาพของรัฐหรือไม่ ซึ่งตรงนี้ควรมีระบบตรวจสอบชัดเจน   โดยเฉพาะกองทุนประกันสังคม คณะกรรมการบริหารกองทุนดูจะไม่มีใครทราบการทำงานเลย  ถือเป็นจุดอ่อนของประเทศไทยที่ต้องปฏิรูปเพื่อให้มีความโปร่งใส  นอกจากนี้  กรณีคณะกรรมการยา ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) ที่ไม่ใช่กองทุนสุขภาพภาครัฐ ก็ยังเปิดช่อง ทั้งๆที่ไม่ควรมีด้วยซ้ำ โดยการออกประกาศเพิ่มเติมในเรื่องข้อกำหนดของกรรมการในสัดส่วนของผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง ซึ่งระบุชัดให้มีผู้แทนจากอุตสาหกรรมยาข้ามชาติ และอุตสาหกรรมยาในประเทศ เกิดคำถามว่า เหมาะสมหรือไม่  เพราะในประเทศที่พัฒนาแล้วไม่มีใครทำกัน เนื่องจากมีส่วนได้ส่วนเสีย ซึ่งหากต้องการให้รับทราบผลการประชุม หรือการออกประกาศใดๆ ก็น่าจะทำเพียงเรียกพบเข้าชี้แจง หรือการระมความคิดเห็นน่าจะเหมาะสมกว่า